sarita's profileSarita ฮาเฮ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 22

    เพลงเน้า...เน่า ที่เราช้อบ..บ..ชอบ

    โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
    เนื้อเพลง: รักเธอ
    อัลบั้ม: Living in C Major
    ดู เนื้อเพลง ทุกเพลงของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
    เคยไหมบางทีที่เธอต้องการพูดอะไรออกไป
    เคยไหมบางทีคำพูดมันไม่ยอมตรงกันกับใจ
    ทั้งที่พยายาม และไม่ว่าจะเตรียมตัวสักขนาดไหน

    เหมือนฉันอย่างที่กำลังเผชิญหน้าความเป็นจริง
    และถึงแม้ข้างในพยายามพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง
    อย่างที่ตั้งใจ

    แต่(ว่า)มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะว่า... อยากจะพูดอีกครั้งว่า
    และจะเป็นอย่างนี้ กับเธอไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ... ตลอดไป

    ฉันรู้ดีว่าบางทีมันก็ดูเหมือนน่ารำคาญ
    แต่ฉันจะพยายามที่จะพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง
    ให้หมดทั้งหัวใจ

    แต่(ว่า)มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะว่า... อยากจะพูดอีกครั้งว่า
    และจะเป็นอย่างนี้ กับเธอไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ... ตลอดไป

    แต่(ว่า)มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะว่า... อยากจะพูดอีกครั้งว่า
    และจะเป็นอย่างนี้ กับเธอไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ... ตลอดไป

    จะย้ำในคำๆนี้ ว่ารักเธอ ไม่ยอมรักใคร
     
    หุๆๆๆๆ มันน้ำเน่ามากเลยทีเดียว แต่ก้อน่ารักเหมาะกะวาเวนไทน์มากกกกกกก
    ยิ่งโต๋เป็นคนร้องยิ่งน่ารักเข้าไปหญ่ายเรยหง่ะ
    อ่านปากของชั้นนะ ว่า"ร้ากกกกเธออออ"
    February 14

    วาเลนไทน์...อีกแล้ว

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ปีนี้ก้อยังโสดเหมือนเดิม...555
    ก้ออ่านะ  ช่วยไม่ได้  คิดซะว่ายังไม่ถึงเวลาของเราละกานนน
    Christianเชื่อเรื่องSoul mateใช่ม้า..มันก้อคล้ายๆกะเนื้อคู่อ่ะ
    ใครซักคนที่Godสร้างมาเพื่อเรา..โรแมนติกดีนะ
     
    เมื่อวันก่อนไปงานแต่งงานพี่ที่โบสถ์มา โคตรซึ้งเลยอ่ะT_T
    อิจฉาสุดๆ อยากได้แบบนี้บ้าง
    ถ้าคนที่พระเจ้าเลือกให้ดีอย่างนี้..ก้อดีเราจะได้ไม่ต้องเลือกเอง แบบผิดๆถูก
    พี่เค้าบอกว่าเราPrayบอกสเป็คกะGodได้นะ
    (แต่ที่จริงGodเค้ารู้อยู่แล้วละ ก้อเค้าสร้างเรามานิ)
    อืมมม...ถ้างั้นลองบ้างดีกว่าเนอะ เหอเหอ
    เป็นความเพ้อเจ้อของสาวโสดในว้นวาเลนไทน์...นิสนึงงงง
     
    Specเราเป็นไงน้อ...มันไม่ใช่เรื่องความสูง,สีผิว,รูปร่าง หรืออะไรแบบนั้นหรอก
    เรื่องแบบนั้นมันไม่ได้สำคัญเท่าไร
    ที่อยากได้จริงๆ คือคนที่รักGod และรักเรา
    เลี่ยนไม้ล่ะ เด๋วจะอธิบายให้ฟัง
     
    เรื่องรักGod..ไม่ได้กระแดะ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญ
    คนที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ควรมีความเชื่อและทัศนคติ รวมถึงเป้าหมายเดียวกัน
    ถึงจะอยู่ร่วมกันได้
    ถ้าเรื่องแบบนี้ยังไม่เหมือนกัน เราก้อไม่คิดว่าจะอยู่ร่วมกันได้ดี
    เพราะฉะนั้น สำหรับเรา Love me, Love my God.
     
    เคยดูเรื่อง Love Actuallyไหม
    ประโยคที่ว่า to me, you're perfect..
    เราชอบประโยคนี้มากกว่าI love youซะอีก
    คนที่เราต้องการ คือคนที่เห็นว่าเราดี และมีค่าเสมอ
    คนที่ไม่เอาเราไปเปรียบเทียบกับใคร
    คนที่รักเราที่เราเป็นเราจริงๆ
    คนที่เห็นความสำคัญของเรา
    คนที่รู้สึกว่า สำหรับเขาแล้ว...เราสวย555
    คนแบบนี้แหละที่เราต้องการ
     
    เห็นชาวบ้านเค้าควงกันในวันวาเลนไทน์ ถามว่าเหงาไหม
    คำตอบก็คือ "เหงาดิ"
    แต่ถ้าต้องมีความรักที่ทำให้เศร้า
    ความรักที่ไม่มั่นคง ไม่ยั่งยืน
    ความรักที่ไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งดีๆในชีวิต
    เรายินดีรอ...ดีกว่า
     
    เพราะฉะนั้น คุณSoul mateในอนาคต
    รอก่อนนะ แล้วเราคงได้เจอกัน
    อย่าพึ่งชิงเลือกใครไปก่อนล่ะ
    รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะจ้ะ^_^
    ไว้เจอกัน ในอนาคต..................God bless you ja
     
     
     
    February 04

    เจ็บปวดอยู่ในใจ...แล้วเราควรทำไงดี

    ที่จริงก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ค่อยมีใครมาดูบล็อก เพราะเราจะได้ระบายได้เต็มที่
    ที่ผ่านมาอาจมีคนสงสัยว่าทำไมเราดูเนือยๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน เรื่องงาน ฯลฯ
    ดูไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมา
     
    ง่ายมาก เพราะชีวิตมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วไง...
    ช่วงที่ผ่านมา มีคนใกล้ตัวเราเดินหายออกไปจากชีวิตของเรา 2-3 คน
    คนใกล้ตัว ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา
    เค้าบอกว่า ไม่ใช่ความผิดของเรา ไม่ใช่เราเป็นต้นเหตุ
    ที่เค้าไป เพราะความต้องการของตัวเขาเอง เพราะปัญหาส่วนตัวของตัวเอง
    พวกเธอ 3 คน ล้วนแล้วแต่มีปัญหาของตัวเอง
    เค้าคิดว่า คนรอบตัวเรามีมากมาย คงไม่เป็นไรถ้าเค้าจะไม่อยู่...
    เค้าเห็นว่า เค้าคงเป็นแค่ 1 คนในนั้น เราคงไม่รู้สึกอะไร
     
    แค่เคยคิดบ้างไหม แม้เราจะไม่ค่อยพูดอะไร แต่เราก็รักคนใกล้ตัวเราทุกคนนะ
    และรู้สึกเสียใจทุกครั้ง ถ้าไม่ได้เจอใคร
    เธอไม่คิดถึงจิตใจเราเลย เธอไม่รู้เหรอว่าเราจะเสียใจ
    เธอบอกว่า เราไม่ได้ทำผิดอะไร อย่าเสียใจเพราะเธอ
    แล้วเราจะทำได้ยังไง
    เราโทษตัวเองทุกครั้ง ที่มีคนหายออกไปจากชีวิตของเรา
    1 คน...2คน..3คน
    ทำไมเหรอ เราทำผิดอะไร บอกเรามาหน่อยสิ ทำไพวกเธอถึงตัดสินใจกันอย่างนี้
    เราเจ็บนะ รู้ไหม เข้าใจบ้างไหม เธอทิ้งเราไว้ให้จมกับความเจ็บปวดอ่ะ
    แล้วพวกเธอจะให้เราทำยังไง....
    เราจะมีชีวิตเหมือนเดิมได้ยังไง จะยิ้ม จะทำงาน จะมีชีวิตเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไงในเมื่อส่วนนึงในชีวิตเราหายไปแบบนี้
    ใครช่วยบอกที ว่าเราควรทำยังไง
     
    อีกเรื่องนึง...
    วันนี้พึ่งรู้ความจริงว่า ความเศร้าของเราส่งผลถึงเพื่อนอีกคนนึง
    โดยที่เราไม่ได้รู้สึกตัว
    เค้าไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับเรา เค้ารู้แต่ว่า ช่วงนี้เราทำตัวไม่เหมือนเดิม
    ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่สนใจสิ่งรอบตัว
    มันทำให้เขาเสียใจและ...เราคิดว่า เค้าคงไม่อยากเป็นเพื่อนเราอีกต่อไปแล้ว
    ถ้าเราไม่ได้อ่านสเปซเค้าวันนี้ เราก็คงไม่รู้
    เรามัวแต่จมกับเรื่องของตัวเอง ทำร้ายจิตใจคนรอบข้าง
    รู้สึกตัวเองน่ารังเกียจเหลือเกิน
    ขอโทษนะ...เราไม่รู้จะขอโทษแกยังไง
    ตอนนี้เราเจอหลายเรื่องจริงๆ แต่เราบอกแกไม่ได้ เราไม่รู้จะอธิบายยังไง
    เราเสียใจที่ทำให้แกรู้สึกไม่ดี เสียใจที่เอาเปรียบแกเพราะเราไม่ตั้งใจทำงาน(มัวแต่เศร้า)
    เราไม่รู้ว่าแกยังจะมาอ่านสเปซนี้อยู่หรือเปล่า แต่ถ้าเข้ามา อยากให้แกรู้ว่าเราขอโทษนะ...
     
     
     
     
    January 11

    อ้วนโว้ยยยยย....ไม่หวายแหล่ว (ปฏิบัติการลดความอ้วนเพื่ออนาคต เหอเหอฉ

    อ้วนๆๆๆๆๆๆๆ เจอปีใหม่+ไปเชียงใหม่ ซัดไป2ใหม่เลยอ้วนขึ้นเกือบ4กิโล
    หลังจากdietตอนปี2เทอม2แล้วก้อไม่เคยอ้วนpeakถึงขั้นนี้เรย
    มะหวายๆ หยั่งงี้เด๋วไปงานแต่งงานอ.กอล์ฟไม่ได้อ่ะ ต้องลดๆๆๆ
     
    9/1/07
    กินข้าวเหมือนเดิม แต่กินข้าวเย็นตอนห้าโมงเย็น
    ตอนกลางคืน วิ่ง+เต้นบ้าบอครึ่งชั่วโมงแล้วก้อทำกายบริหารเล็กน้อย
     
    10/1/07
    เช้า แคนตาลูป1ชิ้น
    เที่ยง ลาบวุ้นเส้น 1 จาน กะกะหลำปลี
    ตอนบ่ายดันเป็นวันเกิดแพรวาอ่ะ เลยกินเค้กฝีมือตัวเองไป1ชิ้น
    เย็น สาลี่ 1 ลูก
     
    11/1/07
    เช้ามาก้อออกกำลังกาย พยายามจะทำเหมือนตอนวันอังคาร
    แต่มันเหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกอ่า
    ไม่น่าเชื่อเรยอ่ะ วันอังคารครึ่งชม.ยังขำๆแต่วันนี้มันเมื่อยมากอ่ะ
    อยากเลิกกลางครันแต่เค้าบอกว่าถ้าทำไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมันจะไม่มีผลอ่ะ
    กลั้นใจเกือบตายยย
     
    เช้า แกงจืดวุ้นเส้น 1 ชาม
    เที่ยง ลาบวุ้นเล้น (อีกระ)
    เย็น ฝรั่ง 1 ลูก
     
    เด๋วค่อยมาอัพต่อ
    November 26

    กะเหรี่ยงไทยในsingapore ตอนที่1

    และแล้วในที่สุดก้อถึงเวลาที่กะเหรี่ยงคนนี้จะได้ออกนอกประเทศกะเค้าซะที
    หลังจากให้พี่ๆนำไปหลายขุม เหอเหอ
    จิงๆเมืองนอกเมืองนานี่ก้อไปมาหลายอยู่นะ
    แต่มีแต่ประเทศเพื่อนบ้านอ่ะ ลาว เขมร พม่า
    พาสปอร์ดเนี่ยมีแต่ปอยเปต์(ไปโรงเกลือจ้ะ อย่าคิดมาก) น่าอายชะมัด
    เครื่องบินก้อเคยนั่งตอน5ขวบ ไปเชียงใหม่ น่าเศร้าเจงๆ
    แต่คราวนี้แหละ ได้ออกนอกประเทศแร้ววววว กริ๊ววววววว
     
    เหยียบย่างไปสุวรรณภูมิตั้งกะตีห้าครึ่ง (ไฟล์ท 7โมงมั้ง)
    สุวรรณภูมิก้อใหญ่ดีอ่ะนะ เดินเมื่อยเรย
    แต่ไม่เข้าใจอย่างนึงว่าทำไมต้องเอาร้านduty free มาขวางทางเดินด้วยก็ไม่รู้ เกะกะทางเดินอ่ะ
    น่าจะเอาไว้ซ้ายขวาให้เดินตรงกลางเหมือนดอนเมือง
    ห้องน้ำสะอาดดีแต่เปลี่ยวชะมัด
    สุวรรณภูมินี่ไกลเนอะ เด๋วนี้ถ้าไม่รักกันจริงไม่มีทางไปส่งที่สนามบินหรอก เหอเหอ
     
    ระหว่างรอที่gate เริ่มเห็นเค้าความสยองเมื่อกรุ๊ปทัวร์จีนกลุ่มใหญ่เข้ามาทำลายความสงบ ควักข้าวกล่องมากินซะงั้น
    คุยกันเสียงดังเหมือนจะให้ได้ยินถึงแผ่นดินใหญ่ ท่าทางในเครื่องคงไม่สงบซะแล้ว...
    จริงดังคาด พอขึ้นเครื่องก้อเมาท์กันสนั่น แถมรับไม่ได้สุดๆก้อตรงที่เค้า...
    "ขาก....ก.... ถู๊ย!"
    โอ้แม่เจ้า ขายถุยบนเครื่องบินเนี่ยนะ เหย เป็นอะไรที่แย่มากอ่ะ ไม่อยากจะจินตนาการ(-_-")
    ต้องรีบๆหลับจะได้ไม่ต้องสนใจ...หลับไม่ลงอีกเพราะแอร์เอเชียมัน หนาววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    หลับๆตื่นๆตลอดทาง...
     
    ซักสิบโมงครึ่งก้อถึงสิงคโปร์ สนามบินสวยดีมีดอกไม้เยอะแยะ รู้สึกจะเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในเอเชียเรยนะ
    ห้องนำเป็นอัตโนมัติทุกอย่าง มีน้ำยาทำความสะอาดที่รองนั่งด้วยอ่ะ (ฉีดใส่ทิชชู่แล้วเอาไปเช็ด)
    แถมพอผ่านไปซักพักก้อกดชักโครกอัตโนมัติ คงกลัวคนลืมกดมั้ง...เออ ดีเหมือนกัน
     
    ตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองนี่เป็นอะไรที่กลัวมากกกกกกกกก
    ด้วยความที่เปนกะเหรี่ยง กลัวชาวต่างชาติทุกชนิด
    แบบว่าเห็นปุ๊บพูดไม่ออกเรย เหอเหอ ทีนี้เราก้อกลัวเค้าถามอ่ะ
    แล้วถ้าตอบไม่ได้เค้าจะว่าเราพิรุษป่ะเนี่ย แงแง
    ปรากฎว่าลุ้นตั้งนาน ไม่ถามไรเรย แถยทำหน้าขำๆอีกตะหาก สงสัยรู้มั้งว่าเราตื่นเต้น ว้า....
    เสร็จแล้วก้อมีลุงจากโรงแรมมารับ
     
    ระยะทางจากสนามบินชางฮีถึงOxford Hotel ประมาณ10กว่านาที
    อยากรู้ละสิว่าถนนสิงคโปร์เป็นไง
    ก้อจะตอบว่า "สวยและสะอาดมากกกกกกกก" อย่างที่เค้ารำลือกัน
    ด้วยความที่ไม่มีเสาไฟฟ้า เรยปลูกต้นไม้ต้นใหญ่ได้เตมที่
    ต้นไม้กะดอกไม้เพียบ แถมดูแลอย่างดี ขนาดเสาทางด่วนยังพยายามปลูกไม้เลื้อยให้มันคลุมเสาเรย อะไรจะขนาดนั้น
    รถวิ่งไปทางแถบ East cost ซื่งเป็นศูนย์รวม activities กลางแจ้งประเภทต่างๆ เช่น ลานเล่นสเก็ตบอร์ด บ่อสำหรับสกีนำ ฯลฯ เพียบ
    โรงแรมอยู่ในzoneถัดจาก shopping zone ถ้าให้เดาน่าจะเป็นzone ศิลปวัฒนธรรม มั้ง
    เพราะมีแต่ Church กะ Museum กะ galleryหง่ะ
     
    เหนื่อยๆเขียนเยอะ เด๋วมาต่อวันหลังนะ อ่านแล้วอย่าลืมเมนท์อ่ะจะได้มีกำลังใจ
     
     
     
     
    September 05

    คำถามโง่ๆ.....เฮ้อ.....-_-"

    A day like anyother day, why I have to walk that way.

    At first I thought I was mistaken but...
    There you know taking no mistaken.
    When you know...that you see her.

    ในวันที่เขาได้พบกับเธออีกครั้งนึง
    ความรู้สึกลึกซึ้งก็เกิดขึ้นมาโดยทันทีที่ข้างใน
    ช่างเหมือนวันเก่า เหมือนวันที่เค้านั่งเหม่อ วันที่เขาเจอกับเธอใหม่ๆ
    และไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนานและเธอไม่เคยเลือนลานจากหัวใจ
    ยังคง...แอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนกดเก็บซ่อนไว้ไม่ไหว

    เลยมีแค่คำถามโง่ๆ ปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ
    ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สมความคิดถึงที่เก็บไว้

    สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
    อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว
    พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
    ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา

    I don't know what to say

    I don't know what to say

    I don't know what to say, but you know I still care....

    แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา
    ทำเป็นมองท้องฟ้าและพูดออกมาว่าถึงเวลาที่ต้องไป
    ทั้งที่ใจเขานั้นบอก ว่าจริงๆ เขานั้นอยากอยู่ ยืนเคียงคู่อยู่กับเธอใกล้ๆ
    และไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนานน่ะเธอ ไม่เคยเลือนลานจากหัวใจ
    ยังคงแอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนกดเก็บซ่อนไว้ไม่ไหว

    เลยมีแค่คำถามโง่ๆ ปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ
    ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สมความคิดถึงที่เก็บไว้...

    สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
    อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะคุยได้ยาว
    พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
    ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา...

    สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
    อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะคุยได้ยาว
    พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
    ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา...
     
    ............จี๊ดส์.................>_<
    July 11

    ในเรื่องเศร้าก้อยังมีเรื่องดีๆอยู่นะ ฮุฮุ

    เรื่องดี
    วันที่ 10-11 หยุดวันเข้าพรรษา กะอาสาฬหบูชา
    วันที่ 13-14 โรงเรียนหยุดเพื่อไม่ให้รถติดช่วงรับปริญญา (สาธิตจุฬานี่แหละตัวการ)
    ดังนั้นเรยเหลือวันพุธวันเดียว ทางโรงเรียนเรยเห็นว่าไม่รู้จะให้เด็กมาทำติ่งอะไรแค่วันเดียว เลยหยุดให้เด็กไปหลั่นหล้าซะงั้น
    (อิจฉาเนอะ หยุดตั้ง9วันแน่ะ O_o)
    ตอนแรกเค้าบอกว่าให้อาจารย์กะนิสิตหยุดด้วยอ่ะ เริงร่ากันทั้งโรงเรียนเรย555
    เราก้อดีจายอ่ะเด่ะ เพราะปีนี้คนรู้จักรับปริญญาเยอะมาก ทีนี้เราก้อจะได้เริงร่าถ่ายรูปเต็มที่ กริ๊ววววววววว....ว..
     
    เรื่องเศร้า
    ไปๆมาๆ ทางโรงเรียนเห็นว่ามันชักจะสบายเกินไป ก้อเลยประกาศกร้าวว่าเด็กหยุดได้ แต่อาจารย์กะนิสิตต้องมาทำงานตามปกติ!!! โอ้วววววววว..........ม่ายยยยยยยT-T หยั่งงี้ก้ออดไปถ่ายรูปอ่ะดิ ฮืออออออออออ
     
    เรื่องดีที่ซ่อนอยู่
    อาจารย์เราไปอบรมค่ายลูกเสืออะรายก้อม่ายรู้ เรยจะไม่อยู่ เค้าเรยบอกว่าให้มาเซ็นชื่อตอนเช้า แล้วก้อนั่งทำงานที่ห้อง แต่จะแว่บไปถ่ายรูปก้อได้ตามใจ
     Oh my God!!! ขอบคุณพระเจ้ามากๆเรยกร๊าบบบบบ^_^
     
     
    June 24

    เด็ก เด็ก...และเด็ก

    555 หลังจากเปิดเทอมมาได้ 3 อาทิตย์ ก้อได้เวลาอัพบล็อคซะที หุหุ
     
    ถ้าถามว่า"เป็นครูแล้วเป็นไงบ้าง"ก้อจะตอบว่า
     
    "เหนื่อยโคตร....ร....." แล้วก้อ "ฮามาก........ก..."
     
    สอนไปสอนมารู้สึกกตัญญูกะครูบาอาจารย์ตอนเด็กๆขึ้นเยอะเรยอ่ะ แบบ...โคตรเหนื่อย
    ตอนเช้าต้องมาให้ทันเจ็ดโมงสี่สิบ(นี่สุดๆระ อ.มองตาเขียวเชียว) แล้วก้อมานั่งเตรียมสอนของวันนั้น
    ประมาณว่า ตัดกระดาษ เทกาว เช็คจำนวนอุปกรณ์ อะไรแบบเนี้ย
    เริ่มสอนประมาณ เก้าโมงสี่สิบ ต้องเดินไปรับเด็กที่ห้องด้วยเด๋วมันหลงทาง55
    แล้วก้อสูรบปรบมือกะเด็กไปตลอด 2 ชม.
    ปล่อยเด็กเลิกตอนสิบเอ็ดโมงสี่สิบ แต่ยังมีเด็กเอ๋อบางคนที่ทำงานไม่เสร็จก้อต้องรอมันก่อน
    พาเด็กเอ๋อลงไปกินข้าว ตอนเที่ยงนี่ก้อแล้วแต่ว่าเตรียมสอนตอนบ่ายเสร็จยัง ถ้ายังไม่เสร็จก้ออด
    แต่ถ้าวันไหนเสร็จแล้ว ก้อลงไปโรงอาหาร บางทีลงไปเร็วเกินก้อต้องรอเด็กกินให้เสร็จก่อน ไม่งั้นไม่มีที่นั่ง
    แต่ระหว่างนี้ก้อเดินแซวลูกศิษย์ หรือไม่ก้อเดินไปเล่นกะเด็กน่ารักๆ (เช่น ด.ช. ชาครีย์ ป.2/6 เป็นต้น กรี๊ด...ด.....) แล้วก้อกินข้าว(ก้อข้าวเด็กอ่ะ จืดๆซะส่วนใหญ่T-T) อาจมีเด็กแวะมาป่วนบ้าง ก้อต้องทำหน้าที่ครูที่ดีต่อไป ฮึ่มมมม
     
    ตอนบ่ายก้อไปรับเด็กมาสอนต่อ ปัญหาคือตอนบ่ายนี้โคตง่วงเรยอ่ะ แถมอ.ยังบอกว่าห้ามหาวให้เด็กเห็น เพราะเป็นจรรยาบรรณของครู O_o" ทามงายล่ะทีนี้ ก้อต้องแอบหาวใส่กระดาน ใส่กำแพงไปเรื่อง แบบว่าหลบๆซ่อน เหอ เหอ ตอนบ่างนี่นอกจากง่วงแล้วยังเมื่อยอีกตะหาก เพราะยืนมาตั้งแต่เช้าแล้วอ่ะ ฮือๆ
     
    หลังเกเรียนก้อแล้วแต่ว่ามีงานไรทำ บางทีก้อคุยกะอาจารย์เรื่องแผนการสอน หรือไปลากพวกเด็กที่ค้างงานมาทำให้เสร็จ หรือนั่งแก้สื่อการสอนใหม่ เพราะยังไงกว่าจะออกจากรร.ได้ก้อสี่โมงครึ่งอ่ะ (จริงๆสี่โมงครึ่งบางทีก้อยังไม่เสร็จงานหรอก แฮ่ะๆ) บางทีหิวจัด ตอนเที่ยงไม่ได้กินข้าว ก้อแว่บไปกินขนมที่โรงอาหาร ดันเจอลูกศิษย์(หรือแย่กว่านั้นก้อผู้ปกครองT-T)มาชวนคุยอีกสิ แง...เหนื่อยจะตาย จะออกนอกหน้าที่บ้างก้อมะได้ ฮือๆ
     
    บางวันฮากว่านั้นก้อต้องไปดูแลความเรียบร้อยที่สนามเด็กเล่น ตะโกนดุเด็กซะเสียงแห้ง "อย่าทำอย่างนั้น" "เล่นให้ดีๆสิ" "อย่าโดดลงมานะ" "อย่าแกล้งเพื่อน" ฯลฯ วันนั้นก้อจะหมดสภาพไปเรย เหอเหอ
     
    แต่จริงๆอยู่กะเด็กมันเหนื่องแต่มันก้อขำอ่ะ ทอปปิกคุยกะเพื่อนช่วงนี้ก้อจะมีแต่นินทาลูกศิษย์ เหอเหอ แล้วไว้อัพบล็อกคราวหน้าจะมาเล่าต่อนะ แล้วจะถ่ายรูปเด็กมาให้ดูด้วย อิอิ แล้วเจอกันจ้า...
    April 28

    บอกมาตรงๆเลยดีกว่า

    มีอะไรก้อบอกมาตรงๆเลยสิ
    จะเก็บเอาไว้ทำไม
    เราไม่ใช่พระเจ้านะจะได้รู้ว่าเธอคิดอะไร...
    ถ้าเธอไม่ยอมบอก
     
    เธอบอกว่าไม่อยากพูด...ไม่อยากคิด
    แต่ถ้าเธอเงียบแบบนี้
    เธอเคยคิดถึงเราบ้างไหม?
    เราเสียใจนะ
     
    เราอยากช่วยเธอนะ....แต่เธอคงไม่เชื่อใจเราใช่ไหม...
     
     
     
     
    April 16

    หนังสือที่อ่านแล้วร้องไห้....10อันดับ

    ไม่ได้จะอะไรหรอก เพียงแต่หาเรื่องอัพบล็อก ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร เลยเอาหัวข้อนี้ระกัน
    มีคนบอกว่า "จะรู้จักใครให้มากขึ้น ให้เอาหนังสือของคนๆนั้นมาอ่าน" ถ้างั้นเราก้อหวังว่าคนที่เข้ามาอ่านจะรู้จักเรามากขึ้นนะ เหอเหอ
    ป.ล. แอบเล่าเนื้อเรื่องไว้บ้างนะ อาจมีเฉลยตอนจบ ถ้าคิดจะอ่านเล่มไหนก้อข้ามๆไปละกัน
     
    1.ต้นส้มแสนรัก ภาค1
    อืม.....ไม่อยากจะบอกว่าอ่านเล่มนี้แล้วร้องไห้อย่างหนักหน่วง...แบบว่าหูบวมตาบวมเรยอ่ะ 555
    มันเป็นเรื่องเกี่ยวกันบเด็กที่ไม่มีใครเข้าใจ พ่อแม่เห็นเป็นเด็กเหลือขอ พอวันนึงเจอคนที่เข้าใจเค้า รักเค้า คนๆนั้นก้อต้องจากไปตลอดกาล...
    บ้านเราไม่ได้เป็นแบบในหนังสือหรอก แต่ใครๆก้อเคยเจออารมณ์แบบ...ใครๆก็ไม่เข้าใจใช่ไหม เรื่องนี้เค้าเขียนได้ซึ้งมากเรยอ่ะ อ่านแล้วเศร้าจิงๆ ค้าบอกว่ามันเป็นหนังสือเด็ก แต่เราว่ามันเศร้าเกินกว่าจะเป็นหนังสือเด็กนะ หึหึ
     
    2. เจ้าชายน้อย
    อย่างที่เคยเขียนไปแล้ว ตอนที่ทำให้เราร้องไห้คือตอนเจ้าชายน้อยกับหมาจิ้งจอก มันเป็นหนังสือที่ทำให้เรารู้สึกว่า คำว่า"เชื่อง" มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด
    หนังสือเล่มนี้ก้อเหมือนจะเป็นหนังสือเด็กอีกเหมือนกัน แต่สำหรับเรามันเป็นหนังสือปรัชญานะ...อ่อ...มันไม่ได้น่าเบื่อหรอก จัดว่าสนุกเลยแหละ ให้ข้อคิดดีๆด้วย อย่าลืมไปอ่านกันนะ แนะนำๆ
     
    3. คุณหมอมือใหม่..หัวใจเกินร้อย
    เรื่องนี้เป็นการ์ตูนนะ คือ สำหรับเราแล้วก่ร์ตูนดีๆมันก็มีคุณค่าเท่ากับหนังสือแหละ...
    เป็นเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ฝึกหัด เค้าจะเข้าไปประจำตามวอร์ดต่างๆ แล้วก็จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นให้เค้าได้เรียนรู้(ปัจจุบันรู้สึกจะอยู๋แผนกจิตเวช) อยากบอกว่าเป็นการ์ตูนที่เครียดมากกกกกกกกกกกกกกกกก กดดัน บีบคั้นสุดๆ ตั้งคำถามที่ตอบไม่ได้ให้กับคนอ่านตลอดเวลา คือเป็นการ์ตูนที่ดีมากๆนะ แต่ว่าเวลาเครียดๆจะหลีกเลี่ยง เพราะอ่านเสร็จจะซึมไปอีกนาน
    ตอนที่ทำให้ร้องให้คือตอนที่พูดถึงคนไข้โรคมะเร็ง ที่ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนซึ่งรู้ว่ารักษาไม่หายอย่างแน่นอน กับหมอสองคนที่มีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันกับพระเอกของเราที่อยู่ตรงกลาง..
    ถ้าคุณเป็นหมอคุณจะพูดคุยกับเรื่องความตายกับคนไข้อย่างไร จะบอกกับคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไรว่าโรคที่เป็นอยู่รักษาไม่หายถ้าคุณ ถ้าเป็นคนไข้ที่ คุณจะพูดเรื่องนี้กับคนใกล้ตัวอย่างไร แล้วจะเลือกการรักษาแบบไหนจะใช้ยาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ และต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการข้างเคียงไปตลอดการรักษาโดยไม่รู้ว่าจะหายหรือไม่ เพราะอยากสู้จนถึงที่สุด เพื่อจะได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก หรือจะยอมรับความจริง แล้วใช้ชีวิตให้คุ้มค่า..
    เนี่ยแหละ เอาใจไปเลยเต็มๆ
     
    4.จับอิดนึ๊ง
    ชื่อแปลกๆเนอะ...ก็เพราะมันเป็นหนังจีนกำลังภายในนะสิ เหอเหอ ไม่อยากจะบอกว่าเห็นแบบนี้ที่จิงเราชอบอ่านหนังจีนกำลังภายในมากเลยแหละ อ่านมาตั้งแต่ม.1
    ที่จริงเรื่องที่ชอบที่สุดคือ"ฤทธิ์มีดสั้น" ของโกวเล้ง คนเขียนคนเดียวกัน แต่เรื่องนี้ทำให้ร้องให้มากกว่าอ่ะ เลยเลือกเรื่องนี้แล้วกัน...ที่จริงเนื้อเรื่องไม่มีอะไรหรอก ก็เป็นนิยายรักน้ำเน่าแบบกำลังภายใน เรื่องความรักระหว่างจอมโจรกับโฉมงามอันดับ1ของเมือง อะไรแบบนี้ แต่คนเขียนเค้าเขียนดีอ่ะ ก้อเรยซึ้งงงงงงงงงง....อธิบายไม่ถูกอ่ะ ไปอ่านเองละกัน555
     
    5.พลังแห่งชีวิต(Chicken soup for soul)
    คนละอันกับแบบเล่มสีนำเงินนะ อันนี้จะเป็นเหมือนเรื่องสั้นซึ้งๆ ที่เป็นเรื่องจริง ที่อ่านแล้วทำให้ได้ข้อคิด ได้เปลี่ยนมุมมองแล้วก็ทัศนคติของตัวเอง เป็นหนังสือที่ดีมากเลยนะ อ่านแล้วจะมีกำลังใจ มองโลกสวยงามและมีความหวังมากขึ้น บางเรื่องก็ซึ้งซะจนนำตาไหลเลยแหละ ฮือๆชอบๆ
     
    แฮ่กๆ...เหนื่อยๆ พิมยาวมากเลยนะเนี่ย งั้นเอาไป 5 อันดับอ่อนแล้วกันเดี๋ยวที่เหลือค่อยมาต่อวันหลังน้า...
     
    April 11

    เคยทำงานหลายๆหน้าที่พร้อมกันไหม?

    ช่วงนี้มีงานหลายอย่างที่จะต้องทำ
     
    อยากจะถามว่า คนๆนึงมันก้อมีหลายบทบาทใช่ไหมที่ต้องทำไปพร้อมๆกัน ยกตัวอย่างง่ายๆก้อ เป็นลูก เป็นเพื่อน เป็นนิสิต เป็นเด็กฝึกงาน อะไรแบบนี้....แล้วเราก้ออยากทำหน้าที่ของทุกบทบาทให้มันดีใช่ป่าว? ก้อเรยอยากรู้ว่า เวลาที่มีหลายหน้าที่ๆเราต้องรับผิดชอบ แล้วมันมาซ้อนๆกันในเวลาเดียว เพื่อนๆมีวิธีจัดการยังไงกันจ๊ะ?
    ถ้าเป็นของเรานะ.....
     
    -ความรู้สึกแรกๆเวลามีคนมอบหมายงาน---->ก้อดีนะ ดีกว่าอยู่ว่างๆ
    -พอมีงานเยอะขึ้นๆ------> เออ..ดีแฮะ...แสดงว่าเราเป็นที่ไว้วางใจ(แบบว่า ถ้าเค้าเห็นเราทำไม่ได้เค้าคงไม่ให้เราทำหรอก...จิงป่าว)
    -พองานเริ่มเยอะขึ้นอีก----->เริ่มเครียด...แล้วเราจะทำเสร็จไหมเนี่ย Oh! my God!!!
    -พอเริ่มทำไปๆก้อต้องเริ่มมีปัญหาใช่ป่าว--------> อืม...เครียดแฮะ...แต่ไม่เป็นไร! ทุกปัญหามีทางออกเสมอ
    -ปัญหาเริ่มเยอะขึ้น...งานเริ่มยากขึ้น------>เอ....ทำไงดีหนอเรา
    -ทุกอย่างอยู่ในจุดพีค------>ไม่อยากทำต่อแล้วอ่ะ ฮือๆ
     
    ...นั่นแหละ...ทุกคนเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้ใช่ไหม....ตอนเนี๊ยะเรากำลังรู้สึกแบบนี้แหละ555
     
    แต่...อยากบอกว่า...นี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้เราได้เรียนรู้!!!
    ถ้าไม่ผ่านอะไรแบบนี้บ้างเราก็จะเหมือนเดิมไปเรื่อยๆไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้เติบโต ไม่ได้เข้มแข็งใช่ไหม
    การเจออะไรแบบนี้จะช่วยฝึกเราให้รู้จักประเมินสถานการณ์ รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ
    แต่ถ้าเราเลือกที่จะทิ้งงานเราจะไม่ได้อะไรเลย
    แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีอ่ะ555
    อ่อ...การเจออะไรพีคๆแบบนี้จะทำให้เราพึ่งพาพระเจ้ามากขึ้นด้วยนะ
    แล้วก็จะทำให้เราเห็นความเจ๋งของพรเจ้ามากขึ้นด้วย
    ในบางเวลาที่เราไม่รู้จะทำยังไง พระเจ้าหาหนทางให้เราได้เสมอ
    "God will make a way,where there seems to be no way"
    คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าควรตัดสินใจยังไง 555
     
     
     
    March 28

    เศร้าจัง...ง.....

    ช่วงนี้กำลังเศร้า เพราะมีเรื่องทำให้ผิดหวัง
    ไม่ใช่เรื่องเกรดหรอก เพราะเรื่องแบบนั้น ไม่ค่อยมีผลกับราเท่าไร...
    แต่ความเศร้านี้มันเกิดจากคนบางคน ที่ทำให้เราต้องเสียใจ
     
    ไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย ไม่อยากเจอกับความเจ็บปวด
     
    บางครั้งเราเคยคิดว่า การ"สนิท" กับใคร บางครั้งก็เป็นความเสี่ยง เพราะเขาอาจทำให้เราเสียใจเมื่อไรก็ได้
    เขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง ความรู้สึก"ผิดหวัง" ในบางครั้งจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้..
     
    แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ..อยู่นเดียวเลยดีไหม?
     
    นึกถึงหนังสือเรื่อง "เจ้าชายน้อย" ที่เคยอ่าน มีอยู่ช่วงหนึ่งเป็นเรื่องของเจ้าชายน้อยกับหมาจิ้งจอก
    เจ้าชายน้อยใช้เวลาอยู่นาน จึงจะทำให้หมาจิ้งจอก"เชื่อง"
    แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องลากัน ทั้งสองคนก็ต้องพบกับความเศร้า
    ถามว่า ถ้าอย่างนั้นเขาไม่ควรพบกันเลยใช่ไหม....จะได้ไม่ต้องเสียใจ
    เจ้าชายน้อยจะเสียเวลาในการทำให้จิ้งจอกเชื่องทำไม ในเมื่อเขาก็รู้ว่าซักวันต้องจากกัน
     
    ไม่จริงหรอก...
    "อา...ฉันจะร้องไห้" สุนัขป่ากล่าว เมื่อถึงคราวจำเป็นแล้วที่ต้องจากกันกับเจ้าชายน้อย หลังจากที่มันถูกหัดจน "เชื่อง" แล้ว "เป็นความผิดของเธอนั่นเอง" เจ้าชายน้อยพูด "เธออยากให้ฉันหัดให้เชื่อง แต่แล้วเธอกลับจะร้องไห้ ถ้าเป็นเช่นนั้น เธอก็ไม่ได้อะไรเลย" "ฉันได้สิ" สุนัขป่ากล่าว "ก็สีของข้าวสาลีไงล่ะ เธอทำให้ฉันเชื่อง ชีวิตฉันก็สดใสขึ้น ฉันเรียนรู้จักฝีเท้าซึ่งผิดจากเสียงอื่นทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าอื่นจะทำให้ฉันหลบหนีไปใต้ดิน แต่ฝีเท้าของเธอจะเรียกฉันออกมาจากโพลงดิน เช่นเดียวกับเสียงดนตรี ดูนั่นสิ เธอเห็นไหม ที่นั่น ทุ่งข้าวสาลี ฉันไม่กินขนมปังหรอก ข้าวสาลีหามีประโยชน์ต่อฉันไม่ นาข้าวสาลีจึงไม่ทำให้ฉันหวนระลึกถึงสิ่งใดเลย และนั่นก็เป็นสิ่งที่น่าเศร้า แต่เธอมีผมสีทอง ฉะนั้น ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองที่ถูกก่อขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่ง ทุ่งข้าวสาลีสีเหลืองอร่ามจะทำให้ฉันหวนระลึกถึงเธอ และฉันชอบฟังเสียงลมพัดผ่านต้นข้าว"
    เราอ่านแล้วเราร้องให้เลยหละ ตอนเนี้ย...
    ความสัมพันธ์ แม้จะทำให้เราเจ็บปวดในบางครั้ง แต่มันก็นำมาซึ่งความสุขมากมาย ดังนั้นมันจึงคุ้มต่าเสมอ จริงไหม...
     
    ดังนั้น การหนีจากความสัมพันธ์ ไม่ใช่ทางแก้ แต่มันคือการหนีปัญหา
    ทางแก้ที่แจริง คือการเปลี่ยนทัศนคติของเราต่างหาก
    เปิดให้คนอื่นเข้ามาในชีวิตบ้าง...แน่นอนว่า ยิ่งเขาเข้ามามาก เวลาเกิดเรื่องอะไร เราก็ยิ่งเจ็บมาก
    แต่เทียบกับความรู้สึกดีๆที่ได้รับ มันก็คุ้มใช่ไหม?
     
    เฮ้ออออ...เอาเหอะ
    สิ่งที่ช่วยได้คือ พยายามคิดถึงสิ่งดีๆ เรื่องดีๆของเขาให้มากๆ
    อย่าให้เรื่องเล็กๆน้อยๆมาทำให้เรื่องดีๆที่เคยมีกันมามันหายไปเลยนะ....
     
     
     
     
    March 26

    ไม่ได้อัพนาน หยากไย่ขึ้นแร้วววว >_<

    ไม่ได้อัพตั้งนาน จะอัพอะไรดีล่ะ เหอๆๆ
    ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว เกรดก้อออกแล้ว พูดกันตรงๆก้อคือ ว่าง...นั่นแหละ คือเป็นช่วงว่างสั้นๆก่อนฝึกงานน่ะ
    ตลกดีเนอะ พิมาถึงตอนนี้แล้วก้อรู้สึกเบื่อๆๆๆเหมือนที่เคยเขียนไปครั้งที่แล้วแหละ เราเป็นคนที่ว่างมากแล้วฟุ้งซ่านอ่ะ
    เหอๆๆ ตอนสอบก้อโคตรเหนื่อยอยากพัก แต่ตอนนี้ก้อว่างเกินจนเบื่ออีกระ
    ช่วงนี้ได้ข่าวว่าบัตรคอนเสิร์ตบอย โกฯที่จะจัดที่สนามจุ๊บเริ่มขายแล้ว พยายามโทไปถามว่าบัตรยังเหลืออยู่ป่าว แต่สายก้อไม่ว่างตลอดเรยอ่ะ กะว่าวันจันจะลองไปดู ถ้าเหลือก้อเหลือก้อขอบคุณพระเจ้าที่ได้ดู  ไม่เหลือก้ออดดู....เอาเหอะ มะเป็นไรหรอก T_T
    ที่พูดถึงคอนเสิร์ตบอย เพราะว่าช่วงนี้ฟังเพลง "จะทำยังไง" แล้วชอบๆๆๆ (อิอิ) เออ...ไม่รู้ดิ เราว่าเค้าแต่งได้อารมณ์คนที่ "แอบรัก" หรือ"รักนะแต่ไม่แสดงออก" ได้ชัดดีอ่ะ นึกถึงตอนเด็กๆ ที่แอบหลงรักเพื่อนข้างห้อง อะไรหยั่งเงี๊ย...อุ๊ย..เขิลลลล แอบบอกความลับออกไปได้ไงหว่า เอาไปว่าลองไปหาฟังกันดูระกันนะจ๊า
     
    ปล. เคยคิดกันบ้างไหมว่า เวลาเจอคนที่เราเคยแอบชอบตอนเด็กๆ ความรู้สึกแรกของเราคือ "นี่ตอนนั้นชั้นชอบมันเข้าไปได้ยังไง(วะ)?" 5555
     
    จะทำยังไง Feat. ตู่
    ศิลปิน : บอย โกสิยพงษ์
    เก็บวันนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน
    ไม่เคยหวัง ไม่เคยคิดจริงจังอะไร
    แค่แอบหลงรักเธอเล่นๆ
    ตามลำพังข้างเดียวในหัวใจ
    
    แต่เมื่อมารู้สึกนึกอีกที เมื่อรู้ตัวอีกที ฉันก็รักเธอลึกข้างใน
    
    ฉันจะมองหน้าเธอยังไง (ในใจข้างในเปิดไว้มันต้องเปิดเผย อะไร อะไร ที่มีให้เธอรู้)
    ฉันจะพูดคุยยังไง (ที่เธอมาทำให้ใจของเธอนั้นพบว่าฉันแอบรักอยู่)
    กลัวจะทำให้เธอลำบาก ถ้าหากว่าเธอได้รู้
    และฉันนั้นควรทำยังไง ถ้าหัวใจของฉันมันหยุดไม่อยู่
    
    รู้นี่ว่าไม่ควรฝัน ไม่ควรหวัง ไม่ควรคิดจริงจังอะไร
    แม้ว่าเธอไม่เคยบอก ฉันก็รู้ดีว่าเธอมีใคร
    
    แต่เมื่อมารู้สึกนึกอีกที เมื่อรู้ตัวอีกที ฉันก็รักเธอลึกข้างใน
    
    ฉันจะมองหน้าเธอยังไง (ในใจข้างในเปิดไว้ไม่ต้องเปิดเผย อะไร อะไร ที่มีให้เธอรู้)
    ฉันจะพูดคุยยังไง (ที่เธอมาทำให้ใจของเธอนั้นพบว่าฉันแอบรักอยู่)
    กลัวจะทำให้เธอลำบาก ถ้าหากว่าเธอได้รู้
    และฉันนั้นควรทำยังไง ถ้าหัวใจของฉัน
    
    อยากจะขอบอก อยากที่จะรอบอก อยากจะเปิดเผย อยากจะเฉลย
    อยากจะเปิดใจเลยตรงๆไม่ต้องรอ ว่าฉันนั้นต้องเจ็บปวดขนาดไหน
    ที่ต้องพูดและต้องฝืนและก็นั่งอยู่ตรงข้ามกับตรงหัวใจ
    
    ฉันจะมองหน้าเธอยังไง (ในใจข้างในเปิดไว้ไม่ต้องเปิดเผย อะไร อะไร ที่มีให้เธอรู้)
    ฉันจะพูดคุยยังไง (ที่เธอมาทำให้ใจของเธอนั้นพบว่าฉันแอบรักอยู่)
    ฉันจะมองหน้าเธอยังไง (ในใจข้างในเปิดไว้ไม่ต้องเปิดเผย อะไร อะไร ที่มีให้เธอรู้)
    ฉันจะพูดคุยยังไง (ที่เธอมาทำให้ใจของเธอนั้นพบว่าฉันแอบรักอยู่)
    กลัวจะทำให้เธอลำบาก ถ้าหากว่าเธอได้รู้
    และฉันนั้นควรทำยังไง ต่อจากนี้หัวใจฉันหยุดไม่อยู่
    
    December 29

    ว่างแล้วเปนงี้ทุกทีเรยยยย

    ว่าง...........ง...........................งงงง
    รู้สึกชีวิตไร้แก่นสารเหลือเกิน วันๆเอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมา
     
    เมื่อคืนนอนตี2 ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 8 โมง แต่ตื่นจิงๆ 10โมงกว่า
    แบบ...เฮ้ย! นอนอะไรมากมายฟระเนี่ยยยยT_T นอนกินกรุงเทพไปครึ่งแล้วม้างงง
    แถมกินข้าวเที่ยวเสร็จ ไปนอนอ่านหนังสือ กลิ้งไปกลิ้งมา ก้อดันหลับอีก
    ตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 6โมง เสียดายเวลามากเรยอ่ะ
    สงสารพระเจ้าจัง....สร้างเวลามาให้มนุษย์อย่างเราผลาญเล่น
     
    เมื่อวานพึ่งคุยกะพี่คนนึง เรื่องระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต(topicจริงจังป่ะล่ะ)
    คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ต่างจากคนที่เป็นเด็กยังไง
    คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะแยกระหว่างสิ่งที่"ต้องทำ"กับสิ่งที่"อยากทำ"ได้
    และเลือกที่จะทำสิ่งที่"ต้องทำ"ให้เสร็จก่อนค่อยทำสิ่งที่"อยากทำ"
    มันไม่แปลกหรอกที่เราจะมีสิ่งที่อยากทำ
    อย่างเราตั้งแต่เปิดเทอมก้อยุ่งมาก....ก็คิดตลอดเรยว่าวันหยุดจะทำสิ่งที่อยากทำบ้าง
    เพราะวันๆทำแต่สิ่งที่"ต้องทำ"เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ ฯลฯ
    พอถึงวันหยุดนะ..จะอ่านหนังสือที่อยากอ่าน..จะนอนกลิ้งไปกลิ้งมา...จะเล่นเน็ต...จะดูหนังฯลฯ
    วันหยุดนี้มีสิ่งที่"ต้องทำ"ไหม..คำตอบก้อคือมี แต่ขี้เกียจ เลยแกล้งลืม ทำให้ตัวเองสบายใจด้วยคำว่า"เดี๋ยวทำ"
     
    แต่พอทำเฉพาะสิ่งที่"อยากทำ"จริงๆโดยไม่สนใจสิ่งที่"ต้องทำ"เลย
    ก้อรู้สึกชีวิตมันว่างเปล่ายังไงก้อไม่รู้
    เหมือนเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า
    พึ่งจะเข้าใจจริงๆตอนนี้ว่า สิ่งที่"ต้องทำ"มันสำคัญกะเรายังไง
    ทำสิ่งที่"ต้องทำ"ก่อนแล้วค่อยมาทำสิ่งที่"อยากทำ"ก็ได้
    เพราะมนุษย์มีเวลาสำหรับสิ่งที่"อยากทำ"เสมอ....
    แต่ถ้าเรามัวแต่ทำสิ่งที่"อยากทำ" โดยไม่สนใจในหน้าที่...ไม่สนใจสิ่งที่"ต้องทำ"
    เรามันก้อเป็นแค่เด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบ..เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตคนนึงนั่นเอง
     
    December 28

    เพลงโปรดช่วงนี้

    Title: ฉัน
    Artist: Flure
    Album: Vanilla
    Label: Sony BMG Bakerymusic
    
    Verse-1
    ฉันไม่รู้พรุ่งนี้ว่าเธอจะเจอกับสิ่งไหน
    จะมีสิ่งไหน  ที่จะเข้ามา
    และไม่รู้ชีวิตพรุ่งนี้จะมีกี่ปัญหา
    กี่พันปัญหาที่ต้องข้ามไป
    
    Pre-chorus
    แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ฉันมั่นใจ ไม่ว่าเมื่อไร ที่ไหน
    อย่างไร แบบใด แค่ไหน
    ฉันรู้ว่าเธอ  ฉันรู้ว่าเธอยังมี
    
    ฉันไม่รู้พรุ่งนี้เธอจะต้องเดินไปทางไหน
    ต้องเดินอีกนานไหมกว่าจะถึงสักที
    
    Pre-chorus
    แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ฉันมั่นใจ  ไม่ว่าเมื่อไร ที่ไหน
    อย่างไร แบบใด แค่ไหน
    ฉันรู้ว่าเธอจะมี
    
    Chorus
    ฉัน อยู่ที่ตรงนั้น
    เธอจะมีฉัน ทุกวันทุกคืนทั้งหลับทั้งตื่น เคียงข้างยืนให้เธออุ่นใจ
    ไม่ว่าจากนี้จะเหนื่อยเท่าไร  ไม่ว่าจากนี้ลำบากเท่าไหร่
    โปรดจำไว้ เธอจะไม่มีวัน เห็นฉันจากไปไหน
    เพราะว่าใจของฉัน  นั้น  รักเธอ
    
    	ชอบFlure อัลบั้มนี้มากๆ ตอนแรกไม่คิดจะซื้อเพราะแม้จะชอบเสียงของคิว แต่รู้สึกว่าเพลงเร็วของเขามันค่อนข้างหนวกหู 
    มาเปลี่ยนใจเอาตอนเห็นปกอัลบั้ม ขอสารภาพว่าไม่เคยคิดว่าจะซื้อCDเพราะปกมาก่อนเลย แต่อันนี้เป็นข้อยยกเว้น ไม่เคยฟังเพลงข้างในเรย
     แต่ก้อซื้อไปก่อน เพราะชอบCoverมากกกกกกก 
    	เอามาฟังก้อไม่ผิดหวังนะ ดีใจที่ซื้อ เพราะเรารู้สึกว่าเราชอบมากๆหลายเพลง (คือเพลงมันค่อนข้างเบาๆลงแล้วอ่ะ)เช่น คนที่รออยู่ 
    หรือฤดูที่ฉันเหงา แต่ที่ชอบที่สุดก้อเพลง "ฉัน"เนี่ยแหละ คือดนตรีมันซึ้งมากๆ เนื่อเพลงด้วย พลิกไปดูcreditก้อ อ๋อ...
    ที่แท้ก้อพี่บอยด์แต่งนั่นเอง มิน่าล่ะ ..(เราฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงพระเจ้าอ่ะ...ไม่รู้ดิ)
    	ลองไปหามาฟังดูก้อแล้วกันนะ^_^
    	
    December 27

    คิงคอง..เฮ้อ!ร้องไห้อีกแล้วเรา>_<

    เมื่อวานนี้ดูคิงคองกะแม่มา...คือตอนแรกไม่ได้คิดจะดูหนังเรื่องนี้เลย..แบบว่าไม่รู้ดิ เหนฉากมันสู้กะไดโนเสาร์แล้วคิดว่ามันเปนหนังประมาณอินเดียน่า โจนส์ละมั้งเลยไม่ค่อยอยากดูเท่าไร ถึงจะชอบเพ่Peter Jacksonมากๆก็เหอะ แต่แม่ชวนไปดูอ่ะเนอะ ฟรีอ่ะ..ก้อเรยหยวนๆ
    พอเข้าไปดูก้อ...เอ้อ...ร้องไห้ 555 ไม่น่าเชื่อเรย แต่ก้ร้องจิงๆนะ แบบว่ามันเศร้าอ่ะ..ซึ้ง
     
    แอบ Spoil นิดนึงนะ ใครจะไปดูก้ออย่าอ่านระกัน
     
    หนังมันจะแบ่งเปน 3 ช่วง
    1.ช่วงแรก..เป็นปูพื้นตัวละครแต่ละคน นางเอกที่เป็นดาราตกยาก พระเอกที่เป็นคนเขียนบท และผู้กำกับหนังที่ชื่อคาร์ล เล่าว่าแต่ละคนมาเจอกันได้ไง จับพลัดจับผลูยังไงถึงมาลงเรือลำเดียวกัน ซึ่งก้อดูเรื่อยๆ มีมุขตลกเปนระยะ
    -ชอบเวลา คาร์ล หว่านล้อมทุกคนด้วยคำพูดมากเรยอ่ะ แบบว่าที่เค้าพูดมันก้อฟังดูโม้มาก แต่ด้วยสีหน้าฯลฯ มันทำให้ดูน่าเชื่ออ่ะ (Jack Blackเรื่องนี้เราว่าเขาเก่งมากเรย)
    -ฉากรักระหว่างนางเอกกพระเอก มีน้อย..แต่ได้ผลดี
    -ชอบตอนเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงที่2 เปลี่ยนได้ดีมาก รู้สึกว่าผกก.กะจังหวะได้ดี
    2.ช่วงที่2..เริ่มตั้งแต่เข้าสู่เกาะหัวกระโหลก หนังก้อกลายเป็นหนังตื่นเต้น สยองขวัญแบบสัตว์ประหลาดไปซะงั้น เห็นชัดๆก้อตอนตัวละครตัวแรกตายอ่ะ หนังเปลี่ยนบรรยากาศทันทีทันได (ไม่อยากบอกว่าแอบสะดุ้งด้วย)
    -ฉากเปิดตัวคิงคองไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะรู้สึกว่าคนป่าบนเกาะน่ากลัวกว่าคิงคองอีก...
    -ฉากนางเอกเต้นให้คิงคองดูน่ารักดี
    -ช่วงนี้ก้อเป็นแบบตื่นเต้นๆโชว์CGอ่ะ ทำได้ดีนะ (ปลิงเหมือนมากกกกกกกกกกก...แหวะ) แต่มันยืดๆไปหน่อยอ่ะถ้าเทียบกับทั้งเรื่อง ประมาณว่ามีT-Rex3ตัววิ่งไล่กินนางเอก เพื่ออะไรน้อ..นางเอกก้อตัวนิดเดียวเองอ่า ฉากถำของพระเอกก้อเหมือนกัน แบบว่าไม่มีก้อด้ายมั้ง? แต่ก้อสนุกนะ..ไม่ใช่ว่าไม่สนุก ผกก.กะนักแสดงเก่งทีเดียว
    -ชอบหน้าตาของคาร์ลตั้งแต่กล้องพังมากๆ คือเข้าใจความรู้สึกอ่ะ..ว่าตอนแรกไม่ได้คิดจะจับคิงคองเรย แต่มันทำกล้องเราพัง,ผู้ช่วยก้อตาย ถ้าไม่จับกลับไปด้วยเค้าก้อไม่เหลืออะไรแล้ว แม้จะรู้ว่าไม่ดีแต่ก้อจะทำ..(ทุ่มเทมากอ่ะ..หว่านล้อมกัปตัน,กะจังหวะให้คิงคองตามนางเอกมา,ตอนหลังก้อลงทุนไปทุ่มขวกคลอโรฟอร์มใส่หน้าคิงคองเองเรย) สำหรับเราแล้วเค้าร้ายแบบมีเหตุผลดีอ่ะ
    -ฉากตอนจับคิงคองน่าสงสารมากกกกกกกกร้องไห้ครั้งแรกก้อตอนนี้แหละ คงเป็นเพราะนางเอกเล่นดีด้วยมั้ง คือรู้สึกว่าคิงคองชอบนางเอกอ่ะ อุตส่าห์ทุ่มเทชีวิตช่วยมาจากไดโนเสาร์ ยังโดนคนแย่งไปอีก คือตามมาด้วยความรู้สึก"อย่าเอาของๆเค้าไปน้า...." นางเอกก้อรู้อ่ะ..พยายามบอกว่า "อย่าตามมา..""อย่าไปทำมัน..." "ปล่อยฉันไปเถอะ..มันต้องการแค่ตัวฉัน.."แต่คิงคองก้อโดนจับ เริ่มนำตาซึมๆตั้งแต่คิงคองโดนยาสลบทุ่มใส่หน้า พอตอนยื่นมือมาหานางเอกนี่...นำตาไหลเรยT-T
    3.ช่วงสุดท้าย คิงคองโดนจับมาแสดงโชว์ นางเอกเสียใจมากเรยหนีไปเป็นตัวประกอบละครเล็กๆ(เลิกกับพระเอกแล้วด้วย) คาร์ลกลายเป็นเศรษฐี..แต่แล้วก้อเหมือนอย่างที่หลายๆคนรู้ คิงคองอาละวาด เจอนางเอก หนีไปบนยอดตึก โดนเครื่องบินยิงตกลงมาตาย..แต่ด้วยรายละเอียดต่างๆทำให้กลายเป็นช่วงที่เราว่าดีที่สุด และเศร้าที่สุดของหนังเลยทีเดียว
    -ชอบตอนที่เค้าเอาคิงคองมาโชว์ แล้วจากหงอยๆมันก้ออาละวาดอ่า..คือมันดูมีเหตุผลมาก กำลังหงอยๆ ก้อโดนจับขึงโซ่+มีคนมาเต้นรำบำบ้าๆบอๆอยู่ข้างหน้า+เอาผู้หญิงคนอื่นมาแสดงเป็นนางเอก(-ตรงนี้ดีมากอ่ะ ตอนแรกsheก้มหน้าอยู่ ดูคล้ายนางเอก โดนจับขึงไว้เหมือนโดนบูชายัญ คิงคองก้อทำหน้าตกใจ ประมาณจะเข้าไปช่วย แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเป็นคนละคน ก้อตกใจผสมโมโห)+โดนแสงแฟลชถ่ายรูปเยอะๆ
    -ฉากเล่นเสก็ตน่ารักมากกกกกกก (ใครไม่ได้ดูคงจะงงว่ามันมีฉากนี้ได้ไง ก้อไปดูเองระกันเน้อ)
    -ฉากบนEmpire State เศร้ามากกกนำตาซึมตั้งแต่ดูท้องฟ้าด้วยกันแล้วอ่ะ (อ่อ..ใครที่บอกว่าท้องฟ้ามันดูไม่สมจริง เค้าพยายามทำมันเหมือนหนังโบราณนะจ้ะ..เป็นความจงใจอ่ะ) พอตอนมันตายก้อ...ฮืออออออออออออออ
     
    สรุป..ชอบหนังเรื่องนี้นะ คือมันสนุกมาก ถึงจะมีบางที่ที่รู้สึกว่ายืดๆก้อเถอะ สิ่งที่ดีที่สุกของเรื่องคือทำให้เราเชื่อได้ว่าคิงคองรักนางเอกยังไง และทำไมนางเอกถึงรักคิงคองอ่ะ ยังไงก้อลองไปดูกันเนอะ
     
    The beast looked upon the face of beauty. Beauty stayed his hand, and from that moment he was as one dead.
    It wasn't the airplanes; beauty killed the beast.FROMCarl Denham
    December 12

    เฮ้อ....มันช่างเหนื่อยเจงเจงT_T

    ช่วงสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งความทรหด....ชาวบ้านแค่สอบอย่างเดียวแต่เราเป็นพวกไม่ธรรมดา
    เลยมีงานมากมายถาโถม
     
    -วันที่14-16 ที่ครุอาร์ตมีงานกิฟต์ เราเป็นผู้รับผิดชอบworkshop ก้อมีอะไรๆต้องทำหลายอย่าง
    -วันที่ 16 มีงานคริสต์มาสของชมรม เราเป็นProgect Manager ก้อมีอะไรๆต้องทำอีกหลายอย่าง
    -ทั้งนี้ทั้งนั้น การบ้านก้อต้องส่งตามปกติ
    -รู้สึกเหมือนกับว่าวันเสาร์จาสอบด้วยนี่นา...
    -แต่วันเสาร์ตองแรกต้องไปงานหมั้นด้วยอ่า....
     
    เอาไงกะชีวิตดีน้อ...เรา   อยากให้วันนึงมีซัก48ชม.จังเรยยยย
    December 10

    crisis....

    วันนี้มีสอบนำเข้าสู่บทเรียน 10โมงเช้าห้ามสายเด็ดขาด เมื่อคืนตั้งใจดิบดีนั่งคิดเพลินๆว่าจะสอนอะไรดีน้า...ปรากฏว่าหลับซาหนิด (แบบ...นอนดึกติดกันมาหลายคืนไง..ทนไม่ไหว) ตื่นขึ้นมาอีกทีก้อ 6 โมงเช้า.ได้ข่าวว่าสอบ10โมง นำท่าก้อยังไม่อาบ งานการก้อยังไม่ทำ สื่อการสอน..สคริปต์อะไรไม่มีทั้งนั้น Oh my God!!!ทามงายละทีนี้
     
    ตั้งสติได้ก้อไปอาบนำก่อนเรย แล้วก้อมานั่งคิดๆๆว่าจะสอนไรบ้าง แบบ..ล่กมากๆ ตัดสินใจว่าสอนพับกระดาษนี่แหละ แถง่ายดี ก้อมานั่งทำสื่อ ,หาตัวอย่างในเน็ต 9โมงแล้วยังไม่ได้เริ่มพับซักตัว ก้อต้องตาลีตาเหลืออกจากบ้านเดี๋ยวไม่ทัน นั่งtaxiมานี่ยังนั่งพับกระดาษอยู่เรย taxiก้อแบบงงๆ ว่ายัยนี่อะไร มานั่งมุ่งมั่นพับนกในรถ ระหว่างนั้นก้ออธิษฐานตลอดทาง (ม่ายหวายแหล่ว พระเจ้าช่วด้วย แง้ๆ)
     
    มาถึงก้อ 10 โมงพอดี สื่อยังไม่เส็จเรย แหะแหะ มานั่งพับต่อในห้อง เราอยู่เลขที่ 30 ก้อนึกว่าสบายๆ อาจารย์ดันเรียกจากหลังไปหน้าอีก..ลมจะใส่...พับตัวสุดท้ายเส็จอ.ก้อเรียกพอดี แบบ...นะ...บทพูดอะไรก้อไม่ได้เตรียม...ก้อ..เอาวะสู้ตาย!!
     
    สรุป..ก้อผ่านพ้อไปได้ด้วยดี อ.ชมว่าเราเตรียมตัวมาดี หึหึ..ไม่รู้อะไรซะแล้ว...ขอบคุณพระเจ้านะเนี่ยที่รอดมาได้ แต่ครั้งหน้าไม่เอาอย่างงี้แร้ว..T_T